ทางการรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤติของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย ประกาศระงับ “การผ่าตัดไม่ฉุกเฉิน” เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเตียงคนไข้เพียงพอรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 “หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่านายดาเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ในรัฐซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ยืนยันผู้ป่วยใหม่ 384 คน เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในพื้นที่เป็นอย่างน้อย 9,049 คน และคงเหลือผู้ป่วยอยู่ในระบบอย่างน้อย 4,775 คน
 
อย่างไรก็ตาม ในรอบวันเดียวกันมีผู้เสียชีวิตอีก 6 คน แบ่งเป็น 2 คนอายุประมาณ 90 ปี 3 คนอายุประมาณ 80 ปี และอีกคนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปี เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียเป็นอย่างน้อย 83 คน โดยผู้เสียชีวิตกลุ่มล่าสุด 4 คนมีความเชื่อมโยงกับสถานดูแลผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ แอนดรูว์สกล่าววว่าแม้จำนวนผู้ป่วยยืนยันในวันอังคาร “พบน้อยลง” เมื่อเทียบกับสถิติของเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คือ 532 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดทั้งของรัฐวิกตอเรียและระดับประเทศ แต่สถานการณ์ในภาพรวมยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีคำสั่งให้โรงพยาบาลระงับการผ่าตัด “ไม่เร่งด่วน” หมายถึง “ยังสามารถรอไปก่อนได้” เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐวิกตอเรียจะมีเตียงคนไข้เพียงพอรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 “ในยามเลวร้ายที่สุด”
 
ขณะเดียวกัน มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียกล่าวถึงการอพยพผู้สูงอายุเกือบ 2,000 คนออกจากสถานอนุเคราะห์ ให้ไปเข้ารับการดูแลจากบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลก่อน จนกว่าทุกฝ่ายจะมีความเชื่อมั่นในระดับเดียวกัน ว่าศูนย์พักพิงผู้สูงอายุจะยกระดับการจัดการด้านสาธารณสุขให้ได้มาตรฐาน
 
ด้านนายเกร็ก ฮันต์ รมว.กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย ประกาศการส่งหน้ากากอนามัย 5 ล้านชิ้นและเฟซชิลด์อีก 500,000 ชุดให้กับรัฐวิกตอเรีย ในเวลาเดียวกับที่กองทัพเตรียมเพิ่มการส่งทหารลงพื้นที่ในรัฐวิกตอเรีย เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีกด้วย
 
ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในประเทศ และมีพรมแดนทางใต้ติดกับรัฐวิกตอเรีย รายงานผู้ป่วยใหม่ 14 คน เพิ่มสถิติสะสมเป็นอย่างน้อย 3,510 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน
 
ส่วนสถิติสะสมทั่วทั้งออสเตรเลียของโรคโควิด-19 ตามรายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขในกรุงแคนเบอร์รา ยืนยันผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 15,302 คน เพิ่มขึ้น 398 คน ทั้งหมดเป็นผู้ป่วยจากรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ รักษาหายแล้ว 9,121 คน เพิ่มขึ้น 141 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 167 คน เพิ่มขึ้น 6 คนและเป็นสถิติของรัฐวิกตอเรีย